โมกราชินี หนึ่งเดียวในโลกที่เขาหินปูน สระบุรี
วิชิต วงศ์พานิช......เรื่อง // ภูษา สนศิริ......ภาพ


ฝักอ่อนของต้นโมกราชินี เป็นสีเขียว ออกฝักเป็นคู่ มีเพียงคู่เดียวของต้นโมกราชินีต้นนี้
ผมและ "โต้ง " ช่างภาพเดินขึ้นบันไดของวัดพระพุทธบาท ฯอีกเป็นครั้งที่สองในรอบ5เดือนเพื่อสอบถามข้อมูลของต้นโมกราชินีจากพี่สำราญ ราชวัตร คนดูแลวิหารแกลบที่เคยพาไปหาต้นเข้าพรรษาเมื่อครั้งที่แล้วแต่คราวนี้ไม่เจอตัว สอบถามคนที่มาดูแลแทนได้ความว่าทางไปสู่ต้นโมกราชินีนั้นไปลำบากเพราะต้องผจญกับดงหญ้าเจ้าชู้ที่มีขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เอาละซี ! ผมกับ " โต้ง " ไม่ได้เตรียมตัวมาถึงขนาดนั้นเสียด้วย

เปลือกลำต้นของโมกราชินีเป็นสีน้ำตาลอ่อน จุดเด่นคือจะมีตุ่มใหญ่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น

.
ดูกันใกล้ๆสำหรับภาพของตุ่มใหญ่ของต้นโมกราชินีอีกมุมหนึ่ง


 
แต่หนทางก็ไม่ได้ตีบตันเสียทีเดียวเพราะก่อนหน้านั้นผมได้คำแนะนำมาจากน้องที่ทำงานด้วยกันว่าถ้ามีปัญหาอะไรให้ไปหาพระครูวิเชียร ที่ทำหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์ของวัดพระพุทธบาทอยู่ เพราะท่านบวชมานานกว่า 30 ปีแล้วโชคดีที่ได้เจอท่านที่พิพิธภัณฑ์พอดี ท่านก็มีเมตตาให้ยามพาผม 2 คนไปดูต้นโมกราชินีที่มีลูกศิษย์นำลงมาจากบนเขาหินปูนมาถวายให้ท่านซึ่งท่านก็ได้นำมาปลูกไว้ข้าง ๆ กุฏิของท่านเองย้อนหลังไปก่อนที่ผมจะมาทำเรื่องต้นโมกราชินี ผมได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น" สื่อสยาม " ถึงการพบค้นต้นโมกราชินี พรรณไม้ชนิดใหม่ของโลกบน เขาหินปูนบริเวณรอบวัดพระพุทธบาท ฯ ทำให้ผมเกิดความสนใจขึ้นมาทันที แรก ๆ ผมเกิดความสับสนเกี่ยวกับที่ตั้งของเขาหินปูนเพราะเมื่อลองถามคนพระพุทธบาทดูก็ได้รับคำตอบไปคนละทิศละทาง สุดท้ายผมนึกถึงป้าย " ศูนย์เพาะชำ " ตรงพุแคขึ้นมาได้ประกอบกับผมอ่านข่าวของสวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง (พุแค) ใน น.ส.พ. ท้องถิ่น " ประชาชน " ด้วย ดังนั้นแหล่งข้อมูลแห่งแรกที่ผมตั้งใจแวะก็คือสวนพฤกษศาสตร์ ภาคกลาง ( พุแค ) เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของต้นโมกราชินี รวมทั้งได้เห็นต้นโมกราชินีที่ทางสวน ฯ ทำการเพาะขยายพันธุ์ไว้แจกจ่ายแก่ผู้สนใจในโอกาสต่อไปด้วยนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผมกับ "โต้ง" ต้องกลับไปที่วัดพระพุทธบาทกันอีกครั้งหนึ่ง**
........................................
(รูปซ้าย)ต้นโมกราชินีที่สวนพฤกษศาสตร์ภาพกลาง(พุแค)เพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ไว้เพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ที่สนใจใน
โอกาสต่อไป

(รูปขวา)สวนพฤษศาสตร์ภาคกลาง(พุแค)ปัจจุบันเป็นแหล่งรวมรวมพรรณไม้ชนิดต่างๆ รวมทั้งพรรณไม้
ชนิดต่างๆ รวมทั้งพรรณไม้ชนิดที่หายากกว่า 800 ชนิด

ต้นโมกราชินีต้นที่ท่านพระครูนำมาปลูกไว้นั้นมีความสูงร่วม 2 เมตร โชคดีที่ว่าเราได้มีโอกาสเห็นฝักอ่อนของต้นโมกราชินี ซึ่งจะออกฝักเป็นคู่รูปคล้ายกระบองยาว ถ้าเป็นฝักแก่จะเป็นสีน้ำตาลอ่อนและเมื่อฝักแห้งจะแตกออกตามตะเข็บด้านใน ซึ่งภายในจะมีเมล็ดจำนวนมาก ที่ปลายเมล็ดจะเป็นกระจุกพู่ขน มีใบเดี่ยวออกเป็นคู่ เมื่อถึงเวลาออกดอกจะเป็นดอกสีขาวสวยงามมากคนที่เคยเห็นเล่าว่าดอกของต้นโมกราชินีจะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ด้วยจุดเด่นอีกอย่างของโมกราชินี คือตามลำต้นจะมีตุ่มใหญ่หนาแน่นขึ้นอยู่บริเวณรอบ ๆ
ลำต้นเห็นได้ชัดเจนมากและทุกส่วนของลำต้นจะมียางสีขาวข้นอยู่ ชาวบ้านจะเรียกโมกราชินีนี้ว่า" โมกผา " เหตุเพราะชอบขึ้นอยู่บนภูเขาตามหน้าผาที่แห้งแล้งนั่นเองต้นโมกราชินีนั้นเป็นไม้สกุลเดียวกันกับต้นโมกมัน ( WRIGHTIA ) ซึ่งมีต้นขนาดใหญ่อยู่ที่หน้าที่ทำการสวนพุแค มีขนาดความสูงราว 4 - 5 เมตร "โต้ง " เลยเก็บภาพนี้มาฝากกันด้วย


ต้นโมกมันที่หน้าที่ทำการสวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง(พุแค) ซึ่งเป็นสกุลเดียวกันกับต้นโมกราชินี

นี่คือต้นโมกราชินีที่นำลงมาจากบนเขาหินปูนมาปลูกไว้ที่ข้างกุฎิของพระครูวิเชียรวัดพระพุทธบาทด้านหลังเขาหินปูน

ดูกันให้ชัด ๆ สำหรับต้นโมกราชินีเมื่อยังเป็นต้นอ่อน

โมกราชินีค้นพบที่เขาหินปูนเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2544 โดยศาสตราจารย์ดร. ธวัชชัย สันติสุข ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสำรวจและจำแนกพรรณไม้ กรมป่าไม้ และทาง Dr. D. J. Middleton ผู้เชี่ยวชาญพรรณไม้วงศ์ของโลกแห่งมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดสหรัฐอเมริกาได้ยืนยันและสนับสนุนการยกรูปพรรณไม้สกุลโมกมันที่ค้นพบในครั้งนี้ให้เป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลกพบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นที่จังหวัดสระบุรี ส่วนจังหวัดอื่นนั้นยังไม่มีรายงานแต่อย่างใด จัดได้ว่าเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียว ( Endcinic Species ) ข้อสำคัญนั้นยังเป็นพรรณไม้ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่งของโลก ( Rare and endangered species ) กรมป่าไม้จึงได้ขอพระราชานุญาตใช้ชื่อพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของสกุล WRIGHTIA ว่า " WRIGHTIA SIRIKITIAE MID. SANTISUK " เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติของสมเด็จพระราชินีที่ได้ทรงสนับสนุนและริเริ่มโครงการต่าง ๆ ทางด้านป่าไม้มาอย่างต่อเนื่อง ต้นโมกราชินียังจัดได้ว่าเป็นพรรณไม้พื้นเมืองชนิดแรกที่ได้ใช้พระนามของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถอีกด้วยต้นโมกราชินีของท่านพระครูวิเชียรต้นนี้มีผู้สนใจแวะเวียนมาดูอยู่เสมอ รวมทั้งได้เคยออก " สะเก็ดข่าว " ทางช่อง 7 สี มาแล้วด้วย ทำเอาบรรดาลูกศิษย์ที่ได้ดู " สะเก็ดข่าว " พากันต่อว่าท่านพระครูว่ามีของดีแล้วไม่บอกกันบ้างเลย


เหลืองอร่ามดุจสีทองของทุ่งทานตะวันที่ อ.พัฒนานิคม "โต้ง"ช่างภาพลงทุนปีนขึ้นบนหลังคารถเพื่อให้ได้ภาพมุมสูงโดยเฉพาะ
ขากลับมีเวลาเหลือพอเราก็เลยแวะไปเก็บภาพสวย ๆ ของทุ่งทานตะวันที่อำเภอพัฒนานิคม
จ. ลพบุรี ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับอำเภอพระพุทธบาท ไปเจอป้าเจ้าของไร่คนหนึ่ง พอแกเห็นพวกเราก็กวักมือเรียกมาแต่ไกลเหมือนนางกวักยังไงยังงั้นเชียว พอ "โต้ง" บันทึกภาพเสร็จเรียบร้อย กำลังจะกลับแกก็ขอเก็บค่าเข้าชมคนละ 5 บาท แหม ! ก็นึกว่ากวักมือเรียกทำไม แต่ก็คุ้มกับภาพสวย ๆ
ของทุ่งทานตะวันที่ "โต้ง" เก็บภาพมาฝากโดยเฉพาะ

ไปทำเรื่องของต้นโมกราชินีในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่เพาะชำของสวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง ( พุแค ) ที่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับต้นโมกเป็นอย่างดี รวมทั้งท่านพระครูวิเชียรแห่งวัดพระพุทธบาทด้วยที่ช่วยให้งานของทีมงาน " เก็บเรื่องมาเล่า " สำเร็จลุล่วงลงได้ด้วยดีและรวมทั้ง น.ส.พ. สื่อสยาม และ น.ส.พ.ประชาชน ด้วย !

กลับไปหน้าหลัก