อ่านสมุดเยี่ยมชม

ชื่อ ข้อความ
ทีมพัฒนา Internet เขียนเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2546 เวลา 08:45 น.
...ตอนนี้ Website รพ.สระบุรีกำลังอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันสมัยและดีขึ้น...คาดว่าในราวสิ้นเดือนพฤษภาคม 2546 จะเสร็จเรียบร้อย....เราหวังว่าชาวศิษย์เก่า รพ.สระบุรีและผู้เข้ามาเยี่ยมชมกรุณาเซ็นต์เยี่ยมและเสนอแนะเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เปิด Website นี้ขอบพระคุณทุกท่านที่ให้คำแนะนำ.........
ณัฐ รองสวัสดิ์ เขียนเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2546 เวลา 23:28 น.
ดีใจที่ชาวสระบุรี มีโรงพยาบาลที่ดีเยี่ยม แห่งหนึ่ง ของสระบุรี ผมเป็นอีกคนที่ใช้บริการ โรงพยาบาลแห่งนี้ มีความประทับใจมาก ทั้งแพทย์ และบุคลากรที่ดี และมีน้ำใจ อยากเห็นโรงพยาบาลมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ต่อไป
วัฒน์ เขียนเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2546 เวลา 13:44 น.
ขออภัยที่ใช้สมุดเยี่ยมชมเพื่อบอกล่าวครับ แต่ไม่รู้จะไปที่ไหนดี คือผมอยากจะร้องเรียนเรื่องการประปาสระบุรี ในเขตเมืองสระบุรีครับ น้ำสกปรกเหลือเกิน มีทั้งตะกอนดิน ที่ทำคัญทั้งหอยเล็กหอยน้อย แม้แต่ลูกกุ้งยังมีเลยครับ ผมเคยแปรงฟันอยู่พอจะบ้วนปากเจอลูกกุ้งยังเป็น ๆ อยู่เลยครับ แสดงว่าน้ำไม่ได้มีการบำบัดตามหลักการของประปา เพราะถ้าบำบัดตะกอนและน้ำจะไม่มากขนาดนี้ ที่สำคัญถ้ามีคลอลีนหรือยาฆ่าเชื้อ คงไม่มีลูกกุ้ง หอยตัวเล็ก แน่ครับ เพราะสัตว์พวกกุ้งนี้ตายง่ายมาก ไม่ได้เป็นแต่บ้านผมบ้านเดียวบ้านอื่นๆก็เป็น ถ้าไม่พักน้ำไว้ก่อนมาซักเสื้อผ้า เสื้อผ้าต้องแดงแน่ เพราะสีของน้ำและตะกอนของน้ำ ผมเชื่อว่าหลายท่านในสระบุรีประสบแบบผม แต่ไม่รู้จะร้องเรียนกับใคร อยากจะถามการประปาว่าน้ำที่เราจ่ายซื้อมามันเป็นน้ำประปาหรือน้ำคลองผ่านท่อกันแน่
จันทร์ เขียนเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2546 เวลา 13:36 น.
ผมขอแสดงความคิดเห็นเรื่องความประพฤติของเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์ คือพยาบาลบางคน ที่หารายได้พิเศษด้วยการเป็นตัวแทนขายอาหารเสริมชองบริษัทกาโน เป็นผลิตภัณฑ์จากเห็ดหลินจือ ผมจะไม่ออกขื่อพยาบาลเหล่านั้น แต่จะขอบอกเนื้อความที่ผมพบกับพยาบาลเหล่านี้ เธอจะเสนอขายโดยอ้างว่าเป็นบุญที่ได้ขายเพราะได้ช่วยชีวิตคนให้หายจากโรคร้าย ทั้ง ๆ ที่ของเหล่านี้เป็นอาหารเสริม คำว่าอาหารเสริมคือไม่ใช่ยา พิสูจน์แล้วไม่สามารถรักษาได้หรือผลการตรวจสอบไม่สามารถเป็นยาได้ แต่เป็นอาหารเสริมสุขภาพได้ ทางกฎหมาย ทางอาหารและยาก็แจ้งให้ทราบกันทั่ว แต่พวกนี้แค่อ้างว่ารักษาได้ก็ผิดแล้ว ที่สำคัญพวกเธอเหล่านั้นเป็นพยาบาลเป็นผู้ที่รู้เรื่องของความแตกต่างระหว่างยากับอาหารเสริมดีที่สุด แต่กลับทำเสียเอง ที่สำคัญอาหารเสริมประเภทนี้มีราคาค่อนข้างแพงด้วยครับ ผมสงสารชาวบ้านที่ไม่มีความรู้อยากให้ญาติพี่น้องหายจากโรคมะเร็ง หรือโรครักษายากต่าง ๆ ก็เลยเชื่อคำพวกเธอเหล่านี้ สูญเสียเงินไปมากมาย อยากให้ทางโรงพยาบาลตรวจสอบพฤติกรรมเหล่านี้ด้วยครับ มีวิธีหารายได้เสริมอีกตั้งหลายวิธีครับ หรือถ้าจะใช้วิธีนี้ควรบอกความจริงผู้ซื้อ อย่าโอ้อวดเกิดสรรพคุณ และให้คำอธิบายที่เป็นความรู้ชัดเจนแก่ลูกค้าเถอะครับ อย่างน้อยก็อายชุดสีขาวที่คุณใส่อยู่ หรือละอายต่อสมเด็จย่าท่าน หรือมิสไนติ้งเกลผู้ให้กำเนิดการพยาบาลเถอะครับ
คนเท้าเจ็บ เขียนเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2546 เวลา 02:17 น.
ขอบคุณคุณหมอคลีนิกนอกเวลา
วันเสาร์ที่ 26 เม.ย.46
ที่ดูแลคนไข้ถึงจะหมดเวลารักษา
แต่ยังให้การรักษาผมอีก...
ขอบคุณอีกครั้งครับผม
pattanan เขียนเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2546 เวลา 22:59 น.
สวัสดีชาวโรงพยาบาลสระบุรี ตอนนี้สังเกตุว่าโรงพยาบาลพัฒนาดีขึ้นมาก ขอชม แต่จะลำบากเรื่องจอดรถนิดหน่อย แต่ขอให้พัฒนาขึ้นมาก ๆ
เฉลิมพร ชาญศิลปากร เขียนเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2546 เวลา 00:59 น.
ควรจะมีหัวข้อด้านธรรมะเข้าไปบ้างหรือใช้ทางด้านจิตวิทยาก็ได้ เพราะเมื่อก่อนผมก็เคยได้รับธรรมะจากสระบุรี ที่ พุแค สำนักสงฆ์อิทปัจจัยตาราม ซื่งคุณหมอ
ศรียา วัฒนาหุ ได้จัดอบรมที่พุแค รุ่นเดี่ยวคุณอ้อย
(ทศพร) แผนกประชาสัมพันธ์ และคุณกฤษณา พิชิตพร
แผนกกายภาพบำบัด ไม่ทราบ ที่กล่าวมานี้ยังทำงานที่นั่นหรือเปล่า และอยากจะแนะนำ Web site webmaster@
cdthamma.com เป็นการรวบรวมคำสอนของพระเกจิ
อาจาร์ย ไว้ในที่เดียวกัน และมีการแจกแผ่น ซีดีฟรี ของคำสอนของเกจิอาจารย์ดัง ๆ หลายท่าน เดียวกัน เช่น
หลวงปู่เทศ เทศรังสี, หลวงพ่อพุทฐานิโย, หลวงพ่อชา
สุภัทโธ,หลวงพ่อพุทธทาส ขอจบแค่นี้ก่อนไว้มีโอกาสจะ
เอาของดีคืนให้ชาวสระบุรี




พัชรี เขียนเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2546 เวลา 14:50 น.
ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ป่วยนอกทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงและมีการให้บริการที่ดีแก่ผู้ป่วยเหมื่อนตัวอย่างของเจ้าหน้าที่ห้องตรวจนรีเวช นะคะ ( จากเหตุการณ์ที่ดิฉันไปชมวีดีโอในห้องประชุม มีคุณพยาบาลชื่อคุณ บรรจบ ที่ให้แนะนำดีมาก )
ส เสือ เขียนเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2546 เวลา 09:29 น.
ขอชม จนท โรงพยาบาลสระบุรี ที่ให้บริการต่อผู้ป่วยเป็นอย่างดีทุกคนโดยเฉพาะคุณพยาบาลที่ต้องใช้ความอดทนต่อความรู้สึกของมนุษย์หลายสายพันธุ์ ขอให้อดทนทําความดีต่อไปเถิด จะเกิดผล
ชูเกียรติ ศูนย์นเรนทร เขียนเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2546 เวลา 15:57 น.
สวัสดีครับ แวะเข้ามาทักครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง แล้วที่สำคัญ รวย รวย ครับ
Chompoonuch เขียนเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2546 เวลา 15:37 น.
สวัสดีค่ะ เข้ามาเยี่ยมค่ะ เข้ามาเยี่ยม web ของเราบ้างนะคะที่ www.flowers2thailand.com
We offer a wide selection of flowers, roses, mixed bouquets, plants, gifts, gift baskets and personalized gifts at affordable prices delivered in Thailand.
นพ.พีรพงษ์ เขียนเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2546 เวลา 16:31 น.
ขอช่วยกระจายข่าวเพื่อหาแนวร่วมเพื่อคัดค้าน พรบ.ยาฉบับใหม่
นพ.โชติศักดิ์ เจนพาณิชย์ แพทย์ประจำกลุ่มงานโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า



l มีความเห็นอย่างไรกับการออกร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับใหม่

สำหรับร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น มีประเด็นที่เกี่ยวกับแพทย์อยู่ 3 ประเด็นคือ

1. คณะกรรมการยา ตามกฎหมายเดิมมีกรรมการจากวิชาชีพเภสัชกรรมจำนวนน้อยกว่าในร่างฉบับใหม่ เช่น เดิมจะมีคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ 2 คน แต่ในฉบับใหม่ให้คณบดีคณะเภสัชศาสตร์เลือกกันเองให้เหลือ 3 คน และยังมีกรรมการอีกส่วนหนึ่งคือ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านเภสัชกรรม เช่น ตัวแทนจากร้านขายยาและตัวแทนจากองค์กรด้านเภสัชกรรม ซึ่งเพิ่มเข้ามาในร่างฉบับใหม่ และเนื่องจากคณะกรรมการยาเป็นผู้ลงมติเห็นชอบหรือคัดค้านกฏหมายลูกที่จะออกตามร่าง พ.ร.บ.ใหม่ การมีคณะกรรมการเป็นเภสัชกรจำนวนมากกว่าเดิมโดยไม่มีตัวแทนจากคณะแพทย์หรือสัตว์แพทย์หรือทันตแพทย์เข้าไปนั้นอาจมีปัญหากระทบต่อการออกกฏหมายลูกได้

2. จากการศึกษาร่างกฏหมายใหม่พบว่ามีส่วนที่ริดรอนสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ หรือแพทย์แผนไทย กล่าวคือ

2.1 ในมาตรา 13 ของร่างกฎหมายยาฉบับใหม่ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบการผลิตยาหรือขายยา และในมาตรา 14 บอกว่ามาตรา 13 ไม่ใช้บังคับแก่แพทย์ สัตวแพทย์ ทันตแพทย์ที่ใช้ยาสำหรับคนไข้ของตน หรือสัตว์ที่ตนดูแล เฉพาะส่วนนี้ยังไม่เป็นการริดรอนสิทธิ แต่ในร่างนี้ยังมีข้อความเพิ่มเติมว่ายกเว้นพื้นที่ที่มีร้านขายยาเพียงพอแก่ความต้องการของประชาชนและในยาบางรายการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการยา ซึ่งหมายความว่าหากพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเช่นกรุงเทพมหานครได้รับการเสนอว่ามีร้านขายยาเพียงพอแล้ว เป็นร้านที่ได้รับมาตรฐานมีเภสัชกรประจำตลอดเวลาทำการและประชาชนสามารถใช้บริการได้ และรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการยาประกาศว่าพื้นที่กรุงเทพฯนั้นพร้อมแล้ว คลินิกแพทย์ คลินิกทันตแพทย์ คลินิกสัตวแพทย์ และคลินิกแพทย์แผนไทยในพื้นที่นั้นจะถูกห้ามขายยาไม่ว่าจะเป็นยากี่รายการก็ตาม

2.2 ร่างฉบับใหม่ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดทำการผลิตยาโดยมิได้มีข้อยกเว้น คำว่า"ผลิตขาย” ในกฎหมายยานั้นตีความได้กว้างขวางมากแม้กระทั่งการเทยาจากขวดใส่ไว้ในซองยาก็ถือเป็นการผลิตได้ ดังนั้นการนำยามาผสมกันเพื่อใช้กับคนไข้ของตนก็ถือว่าผิด แพทย์ผิวหนังจะพบปัญหานี้มากโดยแพทย์ให้เหตุผลของการผสมยาเองว่า ยาที่มีในท้องตลาดไม่มีสูตรยาครบตามที่ต้องการ ถ้าแพทย์ใช้ยาผสมเฉพาะคนไข้ของตนก็ไม่น่ามีความผิด แต่ถ้าผสมเพื่อการจำหน่ายจ่ายแจกก็สมควรที่จะมีความผิด เพราะไม่ได้ขึ้นทะเบียนการค้า

3. เป็นผลกระทบทางอ้อมคือ ค่าปรับและค่าใบอนุญาตต่างๆ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับเภสัชกรโดยตรงเพิ่มสูงกว่าฉบับปัจจุบัน ซึ่งไม่เป็นผลดีกับเภสัชกรเอง

l ความแตกต่างของร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่กับพ.ร.บ.ยาปัจจุบันในมุมมองอื่น
อีกมุมมองมองหนึ่งคือ ประเด็นในมุมมองเภสัชกร ร่างกฎหมายใหม่มีความเข้มงวดมากขึ้นในการตรวจสอบการให้บริการประชาชน ของร้านขายยา โดยหลายมาตราระบุชัดเจนว่าจะต้องมีเภสัชกรประจำร้านยาตลอดวัน ตัวอย่างในหมวดที่ 3 กล่าวถึงหน้าที่ของ 1) ผู้รับอนุญาตซึ่งเป็นผู้ขอขึ้นทะเบียนเพื่อขอผลิตยา นำเข้าและส่งออกยา ขายยาหรือทำธุรกิจเกี่ยวกับยา 2) ผู้ดำเนินการคือ ผู้ที่ผู้รับอนุญาตมอบหมายให้ดำเนินกิจการแทน และ 3) ผู้ปฏิบัติการ คือ ผู้ปฏิบัติงาทั้งหมดต้องเป็นเภสัชกรและจะต้องประจำอยู่ ณ สถานที่จ่ายยาตลอดเวลาทำการ ความเข้มงวดนี้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับประชาชน แต่ในความเป็นจริงจะทำได้หรือไม่

l การแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ประกอบวิชาชีพด้านเวชกรรมและเภสัชกรรม

ในร่างกฎหมายของไทยการแยกหน้าที่ยังไม่ชัดเจน และยังมีการเลือกปฏิบัติ ดังในมาตรา 14 กำหนดว่า พื้นที่ใดที่มีพร้อมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้ประกาศว่าห้ามแพทย์ขายยาบางรายการ แต่ไม่มีมาตราไหนที่บอกว่าเภสัชกรต้องจ่ายยาตามใบสั่งยาเท่านั้น ถ้าจะแยกหน้าที่ให้ชัดเจนเมื่อห้ามแพทย์ขายยาก็ต้องห้ามเภสัชกรจ่ายยาโดยที่ไม่มีใบสั่งแพทย์ แต่กฎหมายเปิดไว้โดยไม่ได้บังคับเรื่องนี้ นั่นหมายความว่าเมื่อประชาชนไปที่ร้านขายยา เภสัชกรสามารถวินิจฉัยโดยที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์เหมือนอย่างแพทย์แล้วจ่ายยา ถามว่าเป็นเรื่องที่ถูกหรือผิด จริงๆ แล้วผิด แต่ พ.ร.บ.วิชาชีพเภสัชกรรม ปี 2537 ได้ให้คำจำกัดความวิชาชีพเภสัชกรรมว่าหมายถึงวิชาชีพที่ว่าด้วยการปรุงยาหรืออย่างอื่นตามที่มีกฎหมายเฉพาะบัญญัติไว้ นั่นหมายความว่ากฎหมายยาให้เภสัชกรจ่ายยาได้ แต่ไม่ได้บังคับให้จ่ายตามใบสั่งแพทย์ ดังนั้นเภสัชกรจึงทำได้โดยถูกกฎหมาย นี่คือการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของกฎหมาย

l ในด้านค่าบริการประชาชนต้องจ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้าร่างกฎหมายนี้ออกมา

ค่าบริการและค่ารักษาต้องเพิ่มขึ้นแน่นอนเพราะประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายต่อ ขั้นแรกประชาชนไปที่คลีนิกแพทย์ตรวจวินิจฉัยเขียนสั่งใบสั่งยาแล้วคิดค่าตรวจรักษา จากนั้นต้องเสียค่ารถไปที่ร้านขายยา ถ้าร้านขายยาไม่มียานั้นและขอเปลี่ยนเป็นยาอื่นแทน ก็ต้องเสียค่ารถกลับมาหาแพทย์อีก หรือถ้าเป็นยาฉีดคนไข้ก็ต้องไปซื้อยาที่ร้านยาแล้วกลับมาให้แพทย์ฉีดให้

l บทลงโทษร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับ พ.ร.บ.ยาฉบับปัจจุบัน
บทลงโทษมีความรุนแรงมากขึ้นเพราะค่าครองชีพมีการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างบทลงโทษที่หนักๆ ในหมวด 10 เช่น มาตรา 87 ผู้รับอนุญาตขายยา ผู้ดำเนินการ หรือผู้ที่ทำหน้าที่ปฏิบัติการผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 35 ซึ่งห้ามยาขายหลายขนานโดยจัดไว้เป็นชุดล่วงหน้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น บางครั้งเภสัชกรอาจจะไม่มีเจตนา แต่ไปเตรียมยาไว้ก่อนเพื่อความรวดเร็วก็อาจถูกปรับได้ถึง 500,000 บาท

l ประชาชนสามารถจะรับรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

เรื่องนี้จะโทษประชาชนก็ไม่ได้ แม้กระทั่งคนในวงการแพทย์หรือเภสัชกรก็ยังไม่รู้ เพราะในบ้านเราการทำกฎหมายค่อนข้างเป็นเฉพาะวงใน ทำให้คิดไปว่ามีผลประโยชน์ซ่อนอยู่หรือเปล่า ดังนั้นสิ่งที่เราจะพยายามทำ คือ นำความจริงออกมาเปิดเผยสู่สาธารณชน เช่น ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์

l มีแง่คิดอะไรที่อยากจะฝากไว้เกี่ยวกับ ร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่

ประเด็นที่อยากฝากไว้ คือ กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้แยกหน้าที่ระหว่างแพทย์และเภสัชกรอย่างชัดเจน เพราะเภสัชกรสามารถที่จะตรวจวินิจฉัยแล้วจ่ายยาได้เอง นอกจากนี้กฎหมายฉบับนี้ยังเลือกปฏิบัติคือ ไม่คุ้มครองถึงสถานพยาบาลของรัฐ เช่น สถานีอนามัยที่มีพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล หรือบางครั้งมีเจ้าหน้าที่อนามัยซึ่งไม่ใช่พยาบาล แล้วไปให้การวินิจฉัยและจ่ายยาเองโดยไม่มีแพทย์และเภสัชกร กฎหมายฉบับนี้เอาผิดไม่ได้เพราะเป็นสถานบริการของรัฐ แต่คลินิกที่มีแพทย์อยู่ตลอดสามารถเอาผิดได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นกฎหมายที่เป็น double standard รวมทั้งไม่ให้ความเป็นธรรมและไม่ได้คุ้มครองกับประชาชนตามเจตนารมณ์
นกน้อย เขียนเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2546 เวลา 23:21 น.
เดี๋ยวนี้โรงพยาบาลสระบุรีมีการปรับปรุงดีขึ้นนะคะ
แต่ขอติเรื่องห้องบัตร ห้องจ่ายยารอนาน อีกทั้งยังหน้าบึ้งอีกต่างหาก
ธันวา คำประไพ ศนก.3203 เขียนเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2546 เวลา 00:26 น.
ขอส่งความสูขความสำเร็จสมหวังให้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์
กู้ชีพโรงพยาบาลสระบุรีทุกๆท่านจงมีแต่ความสุขตลอดปี
2546 จากธันวา เจ้าหน้าที่ศูนย์นเรนทรสำนักปลัดกระทรวง
กระทรวงสาธารณสูข 18 มค.46
คนคนหนึ่งที่จริงใจ เขียนเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2546 เวลา 03:05 น.
เป็นคนหนึ่งที่ทำงานด้านนี้เวลามีข้อร้องเรียนในการทำงานก็รู้สึกใจหายอยากขอความเห็นใจเพราะการทำงานจะให้ถูกใจใครทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้แต่ทุกครั้งที่อยู่กับชีวิตของใครคนหนึ่งที่ฝากให้เราดูแลเชื่อเถอะว่าทุกคนที่ให้บริการด้านสุขภาพล้วนแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือให้ทุกท่านที่มารับบริการหายจากความทุกข์ทรมานที่เป็นอยู่และกลับบ้านด้วยสุขภาพที่แข็งแรงดังเดิมทุกๆคนในโรงพยาบาลสระบุรีทำงานด้วยใจแต่การแสดงออกมาภายนอกอาจจะไม่เหมือนกันแต่ทุกคนยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง

หน้าที่ 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  



๑๘ ถนนเทศบาล ๔ ต. ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ๑๘๐๐๐
โทรศัพท์ 0-3631-6555, โทรสาร 0-3621-1624 ติดต่อเราคลิกที่นี่