อ่านสมุดเยี่ยมชม

ชื่อ ข้อความ
ผู้ห่วงใย เขียนเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2548 เวลา 17:00 น.
เรียนคุณสายหยุด กองการเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ ว่า ขอบคุณมาก ขอให้รักษาหุ่นด้วยนะครับ ทำงานไปกินไปน้ำหนักจะเพิ่ม แล้วจะไม่สวยนะ แล้วก็เวลาเม้าส์อย่าให้เสียงานนะครับ
ศักดิ์ เขียนเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2548 เวลา 14:17 น.
เพื่อนฝากมาบ่น
ถึง คนที่เป็นหัวหน้า หัวหน้าตึก หัวหน้าแผนก (เรียกชื้อ ถูกหรือเปล่า)
- ท่านยุติธรรมต่อลูกน้องเท่าเทียมกันบ้างไหม
- ให้ลาอย่างเสมอภาคกันไหม
- เลือกปฏิบัติหรือไม่ คนหนึ่งทำได้ อีกคนหนึ่งทำไม่ได้
- คนหนึ่งต้องระเบียบเป๊ะ อีกคนไม่เป็นไร
- กำลังใจทุกคนก็ต้องการ
- ทำงานใหม่ๆเจอหัวหน้าแบบนี้ เซ็งจัง
- ไม่มีเจตนาว่าใคร ใครไม่ดีก็ปรับปรุงเสียใหม่
- ใครดีอยู่แล้ว ขอให้ดีขึ้นๆไป สาธุ สาธุ สาธุ
- ใครได้รับข้อความนี้ช่วยนำปิดประกาศด้วย
- หัวหน้าที่ห้ามปิดประกาศแสดงว่าเป็นคน...ไม่....
จาก ...... ตาศักดิ์..... MAIL นี้ไม่ได้ส่งที่เดียว
ส่งให้ทุกโรงพยาบาลที่รู้อีเมล์ add""
อ้อย เขียนเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2548 เวลา 11:52 น.

เมื่อเช้า ตอนอาบนำ นมตัวเองมีก้อนเล็กๆแข็ง ทำอย่างไรดี บอกหน่อย กลัวเป็นมะเร็ง
คนสระบุรี เขียนเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2548 เวลา 10:43 น.
คน รพ.สระบุรีเป็นคนนดีมีน้ำใจเฉพาะสำนักงานเลขา
ผู้อำนวยการ(คุณสมบัติ)
**** เขียนเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2548 เวลา 22:25 น.
รังษิชาติ ไป เอกชน สิอย่ามาอีกนะ....
มนตรี เขียนเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2548 เวลา 09:45 น.
เมียมาป่วย หาที่จอดรถยากมาก
รังษีชาติ ต่างใจ เขียนเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2548 เวลา 09:41 น.
ฝากคำขวัญ
"หน้างอ รอนาน บริการแย่ แก่อีกต่างหาก(เจ้าหน้าที)"
จันทร์เพ็ญ เขียนเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2548 เวลา 09:33 น.
เมื่อวันจันทร์ดิฉันมาตรวจที่ห้องตรวจศัลยกรรม
คนไข้แน่นมาก คิดว่าคงต้องรอนาน
พยาบาล แพทย์ เจ้าหน้าที่ ทำงานหนัก ขยันขันแข็ง
ทำงานรวดเร็ว น่าเห็นใจ และที่ดิฉันประทับใจมากเป็น
รอยยิ้มกับความสุภาพอ่อนโยนของพยาบาล
โดยเฉพาะ คนที่เป็นหัวหน้า

ตั้ง เขียนเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2548 เวลา 21:05 น.
ฝากถึงคุณแมนและคุณเพ็ญศรี พงษ์ศิริพานิช ขอให้รักษาสุขภาพด้วย ลูกชายคนนี้รักและคิดถึงเสมอ
siriwan เขียนเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2548 เวลา 20:33 น.
เพิ่มสีสันต์ให้ชีวิตคุณด้วยผลิตภัณฑ์ไหมพรมที่ประดิษฐ์ด้วยมือจาก Angelknitwear
http://www.angelknitwear.com/index_th.php
คนกรุงเทพฯ เขียนเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2548 เวลา 22:57 น.
น่าที่จะมีสถานที่ๆให้บริการญาติของผู้ป่วยได้พักผ่อนหรือหย่อยคลายทีสะอาด เพรราะว่าบางครั้งหาที่นั่งแทบไม่ได้เพราะว่าคนมันเยอะร่มไม้ก็ไม่ค่อยที่จะมีเท่าไหร่ แต่ผมก็ยังชอบที่จะมาที่นี่นะ เพราะว่าหลายอย่างดีกว่าที่อื่นมาก แต่บางครั้งการรอที่นานและสถานที่รอไม่มีเท่าไหร่ขอรับกระผม.....
พิษณุ เอกสวรรณ เขียนเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2548 เวลา 10:36 น.
รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้ามีการจ่ายเงินค่าวิชาชีพแก่พยาบาล แต่ทำไมพยาบาลเทคนิคไม่ได้รับทั้งที่ก็เป็นพยาบาลเช่นกัน สภาการพยาบาลก็รับรอง มีการเสียค่าสมาชิก ค่าบำรุงเช่มกัน
คนแก่ที่มานอนห้องพิเศษ 60/1 เขียนเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2548 เวลา 13:28 น.
หนวกหูมากกับเด็กๆที่มากับแม่ที่เป็นพยาบาลวุ่นวายมากๆๆเสียงดังรบกวนคนแก่ๆๆที่ป่วยทำให้นอนไม่หลับทั้งกลางวันและกลางคืน
นาย...อั๊ยซ์... เขียนเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2548 เวลา 13:24 น.
ข้าวแข็งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

กับข้าวก็ไม่อร่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปรับปรุงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ไม่น่าที่จะได้ HA
ให้น้องตา เขียนเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2548 เวลา 17:50 น.
ผู้ดูแล (The Caregiver)

ใครคือผู้ดูแล?

ผู้ดูแลแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือบุคคลใกล้ชิด ได้แก่ คู่สมรส, และลูกหลาน จากการสำรวจของสถาบันประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่า ลูกเป็นผู้ให้การดูแลแก่ผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยถึง ร้อยละ 62 เป็นคู่สมรสเสีย ร้อยละ 19 และเป็นหลานเพียง ร้อยละ 6 กลุ่มที่สองได้แก่ญาติต่าง ๆ หรือเพื่อนบ้าน ซึ่งมักจะไม่ได้เป็นผู้ดูแลโดยตรงแต่อาจมีส่วนร่วมเป็นครั้งคราว
เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องพิจารณาถึงความสามารถในการดูแลผู้ป่วยของผู้ดูแล รวมทั้งผลกระทบที่มีต่อผู้ดูแลเองด้วย จะเห็นว่าหนึ่งในห้าของผู้ดูแลเองก็มีอายุมากด้วย ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมซึ่งเป็นโรคเรื้อรัง จะได้รับความกดดันทางจิตใจและเกิดปัญหาทางสุขภาพตามมา ในขณะเดียวกันครอบครัวจะได้รับผลจากการสูญเสียรายได้ เนื่องจากผู้ดูแลไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ สี่งเหล่านี้เพิ่มความกดดันให้แก่ครอบครัวอีกทางหนึ่ง
เมื่อมีบุคคลในครอบครัวที่มีปัญหาโรคสมองเสื่อม จะเกิดแรงกดดันต่อสมาชิกในครอบครัวว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบให้การดูแลผู้ป่วย ในบางครอบครัวเกิดความขัดแย้งขึ้นอย่างมากเกิดความรู้สึกไม่ยุติธรรม รู้สึกว่าบุคคลอื่นในครอบครัวละเลย หรือมีปัญหาว่าจะดูแลอย่างไรและมากน้อยเพียงไร
ผู้ดูแลสมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วยจะประสบปัญหาเหล่านี้ และจะมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจต่อปัญหาที่เรื้อรังเองการเปลี่ยนแปลงนี้มีหลายระยะและไม่ทุกรายที่สามารถผ่านระยะของการปรับจิตใจเหล่านี้จนถึงระยะสุดท้ายซึ่งเป็นระยะที่ประสบความสำเร็จ
การปรับเปลี่ยนสภาพจิตใจของผู้ดูแลและสมาชิกในครอบครัว
ระยะแรกจะเป็นระยะ "ปฏิเสธ" ได้แก่ปฏิเสธการวินิจฉัยโรค ไม่ยอมรับว่าผู้ป่วยมีปัญหาและควรได้รับการดูแล เป็นต้น จากนั้นก็มักจะเกิดอาการ "ซึมเศร้า" ซึ่งเป็นระยะที่สอง ต่อมาเมื่อผู้ดูแลเริ่มยอมเริ่มรับว่าผู้ป่วยป่วยด้วยโรคสมองเสื่อมและจะต้องได้รับการดูแลก็พยายามเรียนรู้วิธีการดูแลผู้ป่วยและปฏิบัติให้ได้ดี ผู้ดูแลก็จะเริ่มพบว่าโรคสมองเสื่อมไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ป่วยเพียงอย่างเดียวยังมีผลกระทบมายังตนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความรู้สึก "โกรธ" ก็จะค่อย ๆ เกิดขึ้น นี่คือระยะที่สาม ผู้ดูแลอาจโกรธโรคสมองเสื่อม, โกรธผู้ป่วย, โกรธคนรอบข้าง หรือโกรธโชคชะตาตัวเอง จากนั้นก็จะเกิดความ "ละอาย" ตามมา เนื่องจากมโนธรรมหรือคำสอนทางศาสนาตีกรอบไว้ ทำให้ละอายต่อ ความรู้สึกโกรธ หรือสิ่งที่ปฏิบัติออกไปด้วยความโกรธ ระยะนี้และระยะที่สามอาจพบควบคู่กันไป สุดท้ายก็จะเข้าสู่ระยะ "ยอมรับ" นี้คือระยะที่ประสบความสำเร็จของการปรับจิตใจ ผู้ดูแลบางรายอาจผ่านเพียงบางระยะก็สามารถปรับจิตใจเข้าสู่ระยะสุดท้ายได้โดยเร็วบางรายก็ไม่เคยสามารถผ่านเข้าสู่ระยะสุดท้ายได้เลย

ในช่วงของการปรับจิตใจ กินระยะเวลายาวนานแตกต่างกันไป ระหว่างที่กำลังปรับจิตใจอยู่นั้นผู้ดูแลจะเกิดปัญหาทางสุขภาพจิตและกายอย่างมาก อย่าลืมว่าถ้าผู้ดูแลมีปัญหา ผู้ป่วยย่อมได้รับผลกระทบตามมาด้วย
ถึงแม้ว่าผู้ดูแลจะปรับจิตใจเข้าสู่ระยะ "ยอมรับ" ได้แล้ว แต่การดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมต้องใช้ความอดทนอย่างมาก เนื่องจากงานที่มีจะจำเจ ปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้นปัญหาสุขภาพของผู้ดูแลก็ยังจะเกิดขึ้นได้ จะมีวิธีใดหรือใครจะช่วยแก้ไขสิ่งเหล่านี้? ไม่ใช่ทุกครอบครัวที่จะสามารถหาทางออกที่เหมาะสมได้
วิธีการช่วยเหลือ
หลักการที่สำคัญที่สุดของการช่วยเหลือ "เวลาหยุดพัก" เป็นที่รู้กันแล้วว่า ผู้ดูแลที่ไม่สามารถหาเวลาหยุดพักได้เพียงพอ จะเกิดปัญหาด้านจิตใจอย่างมาก และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีพอ รวมทั้งมีปัญหาด้านสุขภาพกายมากขึ้นด้วย การที่จะมีเวลาหยุดพักได้นั้นปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ มีบุคคลอื่น ๆ ในครอบครัวที่จะสามารถผลัดเวียนกันมารับผิดชอบเป็นครั้งคราว เพื่อให้ผู้ดูแลมีเวลาหยุดพักทำสิ่งอื่น ๆ หรือพักผ่อนได้ตามสมควร ถ้าในบางครอบครัวมีปัญหาในการผลัดเปลี่ยนดังกล่าวแล้วใครจะช่วยเหลือได้? เป็นที่น่ายินดีว่ากระทรวงสาธารณสุขกำลังจัดตั้งสถานที่ให้การดูแลเวลากลางวันแก่ผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพขึ้นในประเทศไทย (Day Care Centre) จุดประสงค์เพื่อให้การดูแลแก่บุคคลที่มีปัญหาในเรื่องการดูแลจากครอบครัว ทั้งนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัวในเวลากลางวัน ดังนั้นองค์กรนี้อาจเป็นทางออกของปัญหาดังกล่าว
วิธีการช่วยเหลืออย่างอื่นที่สำคัญ คือ การประคับประคองอารมณ์ (emotional support) ของผู้ดูแล ซึ่งต้องการมีผู้เข้าใจ ชี้แจง ปลอบโยน และเป็นช่องทางให้ผู้ดูแลสามารถระบายความรู้สึกออกมาได้ บุคคลที่จะให้การช่วยเหลือได้แก่ แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ที่ออกเยี่ยมตามบ้านเป็นครั้งคราว บางครั้งอาจต้องพึ่งพาจิตแพทย์ การให้กำลังใจก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ดูแลสามารถยืนหยัดอยู่ได้
การได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนปัญหาและความคิดเห็นกับครอบครัวหรือผู้ดูแลอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกันอาจช่วยให้คุณเข้าใจและสบายใจขึ้นได้ การจะให้มีโอกาสพบปะกันนั้นคงจะต้องมีการจัดตั้งชมรมขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะดำเนินการโดยองค์กรอิสระหรือโรงพยาบาล
อย่าลืมว่าผลกระทบเกิดขึ้นต่อสมาชิกในครอบครัวทุกคน ความรุนแรงอาจแตกต่างกันไป เวลา ความสามัคคี และความเห็นอกเห็นใจระหว่างสมาชิกใจครอบครัวจะเป็นหนทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ดีที่สุด







หน้าที่ 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  



๑๘ ถนนเทศบาล ๔ ต. ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ๑๘๐๐๐
โทรศัพท์ 0-3631-6555, โทรสาร 0-3621-1624 ติดต่อเราคลิกที่นี่