|
จากข่าวครึกโครมในช่วงเดือนที่ผ่านมา
โดยพบผู้ป่วย 2รายเสียชีวิต เนื่องจากติดเชื้ออะมีบาในสมอง ซึ่งรายหนึ่งเสียชีวิตเนื่องจากได้รับเชื้ออะมีบาชนิด
|
เชื้ออะมีบาเป็นกลุ่มโปรโตซัวร์สัตว์เซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ
มักจะอยู่ตามแหล่งน้ำจืดที่มีลักษณะน้ำขังนิ่งขุ่นและในดิน สำหรับเชื้ออะมีบานี้มี
3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มที่ 1 ได้แก่ เนคเกอเรีย ฟาวเลอรี่ (Naegleria fowleri) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอันตรายมากที่สุด เข้าสู่ร่างกายทางจมูกและเชื้อจะขึ้นสมองโดยผ่านทางเส้นประสาทรับกลิ่น ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เรียกว่า Primary amoebic meningo - encephalitis (PAM) ซึ่งมีอาการรุนแรง เชื้อนี้มักรักษายาก การใช้ยากลุ่มปฏิชีวนะมักได้ผลน้อย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเสียชีวิตภายใน 10 วัน กลุ่มที่ 2 ได้แก่ อะคันทามีบา (Acanthamoeba) จะมี 4 สายพันธุ์คือ อะคันทามีบา cibertsoni ทำให้เกิดโรคที่สมอง , อะคันทามีบา cactellanii ทำให้เกิดโรคในสมอง ตา กระดูก ,อะคันทามีบา polyphageทำให้เกิดโรคที่ตาหรือคอนแทกต์เลนส์ , อะคันทามีบา astronyxis ทำให้เกิดโรคที่สมองและผิวหนัง กลุ่มที่ 3 ได้แก่ บาลามูเทีย แมนดาริส (Balamuthia mandaris) เข้าสู่ร่างกายได้ 2 ทางคือ ทางผิวหนัง ทำให้ผิวหนังอักเสบเป็นหนอง และลุกลามผ่านกระแสเลือดขึ้นสู่สมองและทำให้สมองอักเสบ (Granulomatous amoebicencephalitis; GAE) และเข้าทางเยื่อบุตา ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ (Kerato - Conjunctivitis) อาจทำให้ตาบอดได้ เชื้อดังกล่าวเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัว 3 - 7 วัน |
| อาการเริ่มต้นของผู้ป่วย
จะเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัด ปวดศรีษะ ซึม และเมื่ออาการรุนแรงขึ้นถึงจะแสดงอาการทางสมอง
โดยจะคลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง ไขสันหลังอักเสบ ซึ่งจะวินิจฉัยยากว่าเป็นโรคอะไร
ถ้าไม่ตรวจชิ้นเนื้อสมองหรือเจาะน้ำไขสันหลังดูจะไม่มีทางทราบว่าติดเชื้ออะมีบา
เชื้ออะมีบาจะแบ่งตัวได้ดีในสมองคน เพราะในสมองคนมีอุณหภูมิพอเหมาะ มีอาหารสมบูรณ์ อะมีบาจึงเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในฤดูร้อน เชื้ออะมีบาจะเจริญเติบโต แบ่งตัวได้มากกว่าและเร็วกว่าปกติ |
เชื้ออะมีบาไม่ติดต่อจากคนไปสู่คน ไม่มีพาหะในการนำโรคแต่เป็นโรคติดต่อจากแหล่งน้ำโดยตรง เชื้อเนคเกอเรียจะติดต่อได้ก็ต่อเมื่อสำลักน้ำเข้าทางจมูกเท่านั้นเพราะที่โพรงจมูกจะมีประสาทเส้นหนึ่งซึ่งเป็นประสาทรับรู้กลิ่นเชื่อมต่อกับสมองโดยตรง อะมีบาจะใช้เส้นทางนี้เข้าสู่สมอง จากนั้นอะมีบาจะแตกตัวกัดกินสมองจนผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด สำหรับการดื่มหรือกินเชื้อนี้เข้าไปจะไม่เป็นอะไรเพราะในระบบทางเดินอาหารจะมีกรดและน้ำย่อยที่ทำลายอะมีบาให้ตายได้ ส่วนเชื้ออะคันธามีบา สามารถติดต่อผ่านผิวหนังที่เป็นแผล เข้าสู่ปอด หรือติดต่อผ่านแผลกระจกตา จากนั้นเชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าสู่สมองเช่นเดียวกันแต่ต้องได้รับในปริมาณพอสมควรเชื้อจึงจะก่อโรคได้ เพราะฉะนั้นในสระว่ายน้ำ น้ำประปา ที่มีคลอรีนมาตรฐานอยู่ในระบบกรองน้ำหรือคูคลองที่น้ำไหลเวียน จะไม่มีเชื้อนี้อาศัยอยู่ น้ำประปา น้ำต้ม น้ำกรองจึงสามารถดื่มได้เพราะจะไม่มีเชื้อนี้ |
|
ดังนั้นในช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้อย่านำน้ำสกปรกมาสาดใส่กัน เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายที่คาดไม่ถึงขึ้นได้นะคะ |
|