|
พริกเป็นพืชที่มีความสำคัญในชีวิตประจำวันของคนไทย
นอกจากประโยชน์ในด้านการปรุงแต่งรสชาติทางอาหารแล้ว พริกยังมีประโยชน์ทางยาอีกด้วย
พริกจัดอยู่ในตระกูลเดียวกับมะเขือต่างๆ และมะเขือเทศ คืออยู่ในตระกูล
Solanacae พริกที่พบมากในประเทศไทยได้แก่
- พริกชี้ฟ้า
(Capsicum anmum Linn.)
- พริกขี้หนู
(Capsicum frutecens Linn.)
- พริกขี้หนูสวน
(Capsicum minimum Roxb.)
|
สารสำคัญที่ทำให้พริกมีรสเผ็ดร้อนคือ
capsaicin ซึ่งจะอยู่ในส่วนของรกพริก (บริเวณที่เมล็ดพริกเกาะอยู่)
และที่ septum ส่วนผนังด้านนอก capsaicin เป็นสารที่มีโครงสร้างเป็น
vanillyl amide ออกฤทธิ์โดยทำให้เกิดการปลดปล่อย substance p
ซึ่งเป็น neurotransmitter ที่ส่งผ่านความรู้สึกปวดจากเซลล์ประสาทไปยังสมอง
หลังได้รับ capsaicin ซ้ำๆ จะทำให้ substance p หมดไป
ทำให้อาการปวดลดลง ส่วนฤทธิ์ที่มำให้เกิดความรู้สึกร้อน เกิดขึ้นเนื่องจาก
capsaicin และความร้อนจะกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึกผ่านช่องทางอิออนเดียวกัน
เรียกว่าช่อง VR I (vanilloid receptor type I)
เมื่อมีการกระตุ้นจะทำให้เกิดสัญญาณผ่าน dorsal root ganglion
เข้าไปในสมอง สั่งให้เกิดความรู้สึกร้อน
ประโยชน์ของพริกเมื่อรับประทาน
ในช่วงแรกๆ ควรรับประทานแต่น้อย และค่อยๆ เพิ่มขนาด จะทำให้ทางเดินอาหารค่อยๆ
ปรับตัวรับความเผ็ดร้อนและระคายเคืองของพริก โดยการเพิ่มการหลั่งสารเมือกและสร้างเนื้อเยื่อบุผิวกระเพาะอาหารและลำไส้เพิ่มขึ้น
ผลการวิจัยเป็นจำนวนไม่น้อย พบว่าเมื่อรับประทานอย่างถูกวิธี พริกจะช่วยให้เกิดการสมานแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
เมื่อรับประทานพริกในช่วงแรก จะทำให้เกิดความเผ็ดร้อนบริเวณริมฝีปากและในช่องปาก
แต่ต่อมาจะทำให้รู้สึกว่าร่างกายอบอุ่นสบาย ซึ่งความเผ็ดร้อนนี้ทำให้ลดลงได้มากด้วยอาหารที่มีมะเขือเทศและอาหารที่มี
casein เช่น นม นอกจากนี้พริกยังช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร
โดยปกติแล้วขนาดรับประทานของพริกในผู้ใหญ่คือ 0.5 - 3 กรัม ในสหรัฐอเมริกา
มีพริกจำหน่ายในรูป capsule ทั้งที่มีพริกอย่างเดียว หรือ พริกรวมกับสมุนไพรอื่นๆ
เช่น ขิง กระเทียม เป็นต้น ในประเทศไทย มีทิงเจอร์พริก (tincture
capsicum)
การใช้พริกเป็นยาทาภายนอกเพื่อลดความเจ็บปวด
จากการที่ capsaicin สามารถลดความรู้สึกเจ็บปวดได้จึงมีผู้นำมาใช้เป็นยาภายนอก
โดยปกติแล้วจะอยู่ในรูปครีม โดยมี capsaicin 0.025 - 0.075 %
ใช้บรรเทาอาการปวดเนื่องจากโรคข้ออักเสบ (osteoarthritis และ rheumatoid
arthritis) โดยใช้ทา 3 - 4 ครั้งต่อวัน อย่างน้อยเป็นเวลา
2 - 4 สัปดาห์ capsaicin จะเสริมฤทธิ์ยาแก้ปวดอื่นๆ เช่น
methyl salicylate
ข้อควรระวังในการใช้ capsaicin ในรูปครีม คือต้องระวังไม่ให้ผลิตภัณฑ์จากพริกถูกตาหรือแผลเปิด
ถ้าทาแล้วเกิดอาการระคายเคือง และแดง ต้องลดจำนวนครั้งที่ทาลง
สำหรับในประเทศไทย มีจำหน่ายในรูปของเจลพริก ซึ่งประกอบด้วย
0.025% capsaicin ผลิตโดย องค์การเภสัชกรรม
หนังสืออ้างอิง
:
1. R & D News & letter ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 เดือนเม.ย. - มิ.ย. 2541
หน้า 1 - 3
2. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย คู่มือพริก ,
2525 , หน้า 9
|