FASTFOOD

มีประโยชน์หรือผลเสียมากกว่ากัน ?

 

ฟาสต์ฟู้ด (FASTFOOD) หรือที่คนไทยมักจะเรียกกันว่า "อาหารจานด่วน" เป็นคำที่ชาวอเมริกันคิดกันขึ้นมาไว้สำหรับเรียกอาหารหรือขนมทั้งประเภทกินอิ่มหรือกินเล่นเป็นอาหารว่าง โดยมีการเตรียมและปรุงไว้จนสำเร็จรูปหรือเกือบสำเร็จรูป แล้วสามารถรับประทานได้เลยทันที หรือใช้เวลาสำหรับกรรมวิธีขั้นสุดท้ายก่อนรับประทานอาหารเพียงแค่ไม่กี่นาที ผู้บริโภคสามารถที่จะนั่งกินในร้านหรือนำออกไปกินนอกร้านก็ได้ สรุปง่ายๆ สไตล์อเมริกัน ก็คือ อาหารหรือขนมที่สั่งเร็ว ได้เร็ว กินเร็ว สะอาด และราคาไม่แพงจนเกินไป

ฟาสต์ฟู้ด มี 2 ประเภทคือ

1. FULL MEAL FASTFOOD

เป็นประเภทกินอิ่ม ซึ่งจะประกอบไปด้วยอาหารประเภทแป้ง เนื้อสัตว์และผัก

2. SNACK FASTFOOD

เป็นประเภทอาหารกึ่งขนม เช่น ไอศกรีม ขนมเค้ก โดนัท เป็นต้น

จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยโภชนาการพบว่า
ในอาหารฟาสต์ฟู้ดมีคุณค่าสารอาหารของแร่ธาตุต่าง ๆ ค่อนข้างต่ำถึงต่ำมากโดยเฉพาะธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส มีส่วนประกอบของกากใยอาหารน้อย บางชนิดมีเกลือโซเดียมมากเกินความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้อาหารฟาสต์ฟู้ดส่วนใหญ่จะมีปริมาณไขมันที่สูงและมีส่วนประกอบของโปรตีนที่ไม่เหมาะสม ทำให้อาหารเหล่านี้มีพลังงานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการต่อวัน
ผลเสีย ของการรับประทานมากเกินไปและเป็นระยะเวลานานคือ
1. เสี่ยงต่อการเกิดท้องผูก โรคริดสีดวงทวาร โรคมะเร็งลำไส้ เนื่องจากมีกากใยอาหารน้อย
2. เกิดการสะสมของไขมันและมีไขมันในเลือดสูง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน โรคหัวใจขาดเลือดและความดันโลหิตสูง
3. เนื่องจากเป็นอาหารที่มีเกลือโซเดียมสูง ทำให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง มะเร็งที่กระเพาะ อาหาร และทำให้ไตต้องทำงานหนัก

ข้อควรปฏิบัติ ในการเลือกกินอาหารฟาสต์ฟู้ด คือ
1.อย่ารับประทานเป็นอาหารว่างหรือขนมเพราะอาหารฟาสต์ฟู้ดมีแคลอรี่เทียบเท่าหรือมากกว่าอาหารเต็มมื้อ
2.เลือกขนาดเสิร์ฟก่อนรับประทานอาหารและรับประทานให้น้อยลง
3.ผู้ที่ควบคุมอาหารเค็มหรืออาหารที่มีไขมันมาก ให้ระมัดระวังในการสั่ง เช่นอาจสั่งโดยไม่ต้องใส่เกลือหรือไม่ต้องใส่เนย เป็นต้น
4.ไม่ควรรับประทานเกินสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง

คราวนี้ ก็คงจะต้องเป็นหน้าที่ของผู้บริโภคทุกท่านที่จะพิจารณาว่าจะรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดกันอยู่อีกหรือเปล่านะคะ...


กลับหน้าหลัก