โรคไขมันในเลือดสูง

ปัจจุบันพบว่า คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตันเพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งสาเหตุที่สำคัญเนื่องมาจากการดำเนินชีวิต และการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง กล่าวคือ คนไทยมักรับประทานอาหารประเภท ไขมันสูงมากขึ้น แต่รับประทานผัก ผลไม้น้อยลง รวมทั้งไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ทำให้ไขมันที่ได้จาก การรับประทานอาหารไปเกาะตามผนังหลอดเลือด เมื่อนานวันจะเกิดการสะสมปริมาณไขมันที่ผนังด้านใน ของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดเริ่มหนาตัว โดยจะเริ่มแคบและตีบตัวลง ทำให้การไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจไม่สะดวก ซึ่งหากถึงภาวะที่เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ทัน อาจก่อให้เกิดหัวใจวายเฉียบพลันจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นเราจึงควรรู้จักไขมันกันให้มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันการเกิดโรคดังกล่าว

ไขมัน (Lipid) เป็นสารอาหารจำเป็นชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายต้องการนำไปใช้เป็นสารให้พลังงาน เป็นตัวละลายและช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายไขมัน เป็นฉนวนป้องกันความร้อน ช่วยยึดอวัยวะภายใน และป้องกันการกระทบกระเทือน ไขมันในร่างกายที่เรากล่าวถึง ส่วนใหญ่จะหมายถึงโคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และฟอสฟอลิปิด โดยปกติการตรวจวัดระดับไขมัน มักนิยมตรวจไขมันที่อยู่ในรูปของ โคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือดตีบตัน ระดับโคเลสเตอรอล ปกติไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมต่อเลือด100 มิลลิลิตร ถ้าตรวจแล้วได้สูงกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเลือด100 มิลลิลิตร ไม่มากนักก็ยังไม่ต้องกังวล เพียงแต่พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ แต่ถ้าสูงมากกว่า 250 มิลลิกรัมต่อเลือด100 มิลลิลิตร ก็ต้องพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ สำหรับระดับไตรกลีเซอไรด์ คนปกติไม่เกิน 150 มิลลิกรัม ต่อเลือด100 มิลลิลิตร

ปัจจุบันผู้ที่ตรวจเลือดและพบว่ามีระดับไขมันในเลือดสูงมักรับประทานยา เพื่อให้ระดับไขมันในเลือดลดลง ซึ่งที่จริงแล้วการป้องกันไม่ให้ระดับไขมันในเลือดสูง สามารถทำได้โดยการควบคุมอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน และหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง ซึ่งมีมากในอาหารจำพวกไข่แดง เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ส่วนที่ติดมัน รวมถึงอาหารทะเลบางชนิด เช่น ปลาหมึกและหอยนางรม นอกจากนั้นควรปรุงอาหารด้วยวิธีนึ่ง ต้ม หรือย่าง แทนการผัดหรือทอดด้วยน้ำมัน และเพิ่มอาหารประเภทผัก ผลไม้ที่มีกาก เช่น ผักคะน้า ผักกาด ฝรั่ง ส้ม จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไขมันน้อยลง พร้อมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ไขมันลดลง และช่วยป้องกันการเกิดโรคดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามไขมันก็ยังมีความจำเป็นต่อร่ายกายอยู่ เพราะถ้าขาดไขมันร่างกายจะใช้พลังงานจากโปรตีน ซึ่งเป็นโทษและอาจทำให้ร่างกายขาดวิตามินที่ละลายไขมันไปด้วย ซึ่งอาจ ก่อให้เกิดโรคผิวหนังเป็นแผล ตกสะเก็ด และเจริญเติบโตช้า ดังนั้นการรักษาระดับไขมันให้อยู่ในระดับปกติ จะช่วยให้การดำรงชีวิตเป็นปกติสุข ปราศจากโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตันได้

 

บทความโดย...เสาวรินทร์ มีชูทรัพย์ นักเทคนิคการแพทย์ กลุ่มงานพยาธิวิทยาคลินิก โรงพยาบาลสระบุรี


กลับหน้าหลัก