อันตรายจากฟอร์มาลดีไฮด

 

สำหรับนักเรียนนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์ คงจะรู้จักสารเคมีที่ชื่อ ฟอร์มาลดีไฮด์ กันเป็นอย่างดี แต่สำหรับคนทั่วไป ชื่อ ฟอร์มาลิน ที่ใช้เป็นน้ำยารักษาสภาพศพเป็นชื่อที่คงจะคุ้นเคยกันมากกว่า ฟอร์มาลินก็คือ ฟอร์มาลดีไฮด์ที่ละลายน้ำนั่นเอง

สารฟอร์มาลดีไฮด์นี้เป็นสารเคมีที่เรานำมาใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท ทั้งในทางการแพทย์ เคมี เฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ในบ้าน ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารต้านเชื้อราในกาวลาเท็กซ์ที่ใช้ประกอบเครื่องเรือน ใช้ในผ้าที่โฆษณาว่ารีดง่ายแต่ยับยาก และยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของโฟมที่ใช้ทำฉนวน เป็นส่วนประกอบในเรซินที่เคลือบผิวรถยนต์ น้ำมันเคลือบผิวไม้ให้เงางาม และอยู่ในอุปกรณ์ก่อสร้างประเภทไม้อัด เรียกได้ว่าใกล้ตัวคนเป็นอย่างเราๆ ท่านๆ มาก

ข้อสำคัญคือ ฟอร์มาลดีไฮด์ที่อยู่ในสิ่งต่างๆ เหล่านี้ สามารถระเหยออกมาอยู่ในอากาศ ให้เราได้สูดดมเข้าไป ไอระเหยของฟอร์มาลดีไฮด์ ถ้าเกิน 0.1 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ก็จะสร้างความระคายเคืองทั้งต่อเยื่อบุตา เยื่อบุจมูก และทางเดินหายใจ หากความเข้มข้นสูงมาก ๆ ตั้งแต่ 100 ppm ขึ้นไป อาจทำให้ตายได้ แต่หากมีการสัมผัสถูกสารละลายโดยตรงทางผิวหนัง จะทำใเกิดผิวหนังอักเสบ เกิดอาการคันทันที
ไอระเหยของฟอร์มาลดีไฮด์มีอยู่ใกล้ตัวภายในบ้านของเราทุกคน ในบ้านที่ทาแลคเกอร์เคลือบพื้นไม้ ปูพรมที่พื้น ผนังมีวอลล์เปเปอร์ อยู่ในเครื่องเรือนที่ใช้ไม้อัดและวัสดุที่เรียกว่า พาร์ทิเคิล บอร์ด (particle board) ที่ใช้ทำตู้ โต๊ะ และเครื่องเรือนต่างๆ
สำหรับคนรักสวยรักงามที่ชอบเคลือบเล็บด้วยสารพันสีสัน ก็ต้องพบกับไอระเหยของฟอร์มาลดีไฮด์เช่นกัน และเมื่อเทียบกันแล้ว ปริมาณไอระเหยที่ปลดปล่อยออกมาจากยาทาเล็บนั้นสูงกว่าปริมาณฟอร์มาลดีไฮด์ที่ปลดปล่อยออกมาจากไม้อัดที่มีพื้นที่เท่ากันเสียอีก แต่คนที่หลงใหลสีสันบนเล็บมือเล็บเท้า ก็อย่าเพิ่งตกใจ เพราะถึงแม้ยาทาเล็บจะปลดปล่อยไอระเหยออกมามากกว่า แต่ในชีวิตจริงแล้ว พื้นที่ทั้งหมดของเล็บมือรวมทั้งเล็บเท้า ก็ยังจัดว่าน้อยนิด เมื่อเทียบกับพื้นกระดานที่เคลือบแลคเกอร์ทั้งฟลอร์ วอลล์เปเปอร์ติดผนัง 4 ด้าน หรือ จะเปรียบเทียบกับตู้หลังใหญ่ที่ประกอบจากไม้อัด ก็ยังเทียบกันไม่ได้อยู่ดี

แหล่งใหญ่อีกแหล่งที่มีการปลดปล่อยไอระเหยของฟอร์มาลดีไฮด์ คือ ผ้าม่านและเสื้อประเภทรีดง่ายแต่ยับยาก มีข้อมูลที่น่ายินดีที่ว่า การซักผ้าเหล่านี้ 1 ครั้ง จะลดปริมาณฟอร์มาลดีไฮด์ลงได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าผ้าเหล่านั้นไม่เคยผ่านการซักเลย ก็ถือว่าน่าเป็นห่วงเหมือนกัน