|
ความดันโลหิต คือ แรงที่เลือดกระทำต่อผนังหลอดเลือด
ซึ่งจะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นกับการบีบตัวของหัวใจ หรือ อัตราการเต้นของหัวใจ
และความต้านทานในหลอดเลือด แม้แต่ในคนๆ เดียวกัน ค่าความดันโลหิตก็จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างเช่น อารมณ์ ความเครียด อุณหภูมิอากาศ ภาวะการเล่นกีฬา
หรือการพักผ่อน นอกจากนี้ค่าความดันโลหิตยังมีลักษณะเป็น Circadian rhythm
นั่นคือค่าจะแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของวัน โดยทั่วไปความดันจะตกในช่วงกลางคืนและเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วในตอนเช้า
ค่าความดันโลหิตที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วงที่ค่าความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวต่ำกว่าหรือเท่ากับ
120 มม.ปรอท และค่าความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัวต่ำกว่าหรือเท่ากับ 80 มม.ปรอท
แต่หากวัดค่าความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวได้สูงกว่า 140 มม.ปรอท และ/หรือความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัวสูงกว่า
90 มม.ปรอท ก็เรียกว่า ความดันโลหิตสูง
ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 80 จัดเป็นความดันโลหิตสูงชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ
(Essential Hypertension) แต่ก็พบว่ามีปัจจัยบางอย่างที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
ได้แก่ มีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ กรรมพันธุ์
ความอ้วน การสูบบุหรี่ ความเครียด ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะในสำนักงานจะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ทำงานใช้กำลัง
การรับประทานอาหารที่มีปริมาณโซเดียม หรือมีสัดส่วนของไขมันชนิดอิ่มตัวสูง
ผู้ที่มีความผิดปกติของไขมันในเลือดหรือเป็นโรคเบาหวาน ส่วนอีกร้อยละ 20
ของผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงมีสาเหตุมาจากการเกิดโรคหรือ ความผิดปกติในระบบต่างๆ
ของร่างกาย ได้แก่ โรคไต โรคคอพอกชนิดตาโปน โรคในระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคสมองอักเสบ
หรือมีการใช้ยา เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดบางชนิด
โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับอุบัติการณ์เกิดโรคของหลอดเลือดสมอง
โรคไต รวมถึงโรคที่เกิดจากความผิดปกติในระบบหัวใจและหลอดเลือดอื่นๆ ส่งผลให้เกิดความเสื่อมของอวัยวะถึงขั้นพิการ
ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่สามารถฟื้นฟูให้เหมือนปกติได้ หรือบางครั้งอาจรุนแรงจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ
ผู้ที่ความดันโลหิตสูงนานๆ มักจะมีภาวะหลอดเลือดแดงเล็กแข็งตัวร่วมด้วยเป็นผลให้เกิดพยาธิสภาพที่อวัยวะที่สำคัญ
ปัจจุบันพบว่าโรคไตเป็นภาวะแทรกซ้อน ซึ่งมีอุบัติการณ์เพิ่มสูงขึ้นมาก หากเกิดอาการรุนแรง
ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะเลือดเป็นพิษจากปัสสาวะและเสียชีวิตได้ และในกรณีที่เกิดพยาธิสภาพในสมองก็อาจทำให้เกิด
Stroke มีผลทำให้เนื้อสมองเกิดภาวะขาดออกซิเจนและถูกทำลาย การที่ค่าความดันโลหิตมีการเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วในช่วงเช้า
ยิ่งทำให้โอกาสที่หลอดเลือดแดงเล็กในสมองแตกและก่อให้เกิดอันตรายในช่วงเวลาดังกล่าวยิ่งมีมาก
โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุจะพบความเสี่ยงต่อการเกิดโรคชนิดนี้ เพิ่มขึ้นเป็น
10 เท่า
โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรัง ต้องใช้เวลาในการรักษานาน อาการที่พบก็เป็นอาการที่มีสาเหตุได้หลายอย่าง
ดังนั้นเมื่อมีอาการผู้ป่วยอาจเข้าใจผิดว่าเกิดจากสาเหตุอื่น ไม่ใช่มาจากการที่ความดันโลหิตสูงขึ้น
อาการดังกล่าวได้แก่ ปวดศีรษะบริเวณท้ายทอยจนอาจรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน เมื่อยเอว
ปวดหลัง หูอื้อ หน้ามืดตาลาย สำหรับผู้ที่มีประวัติความดันโลหิตสูง หากมีอาการปวดศีรษะอย่างเฉียบพลัน
มีเลือดกำเดาไหล เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ชัก ให้สงสัยว่าเกิดภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤตซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
จึงต้องนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลด่วนที่สุด
ดังนั้นผู้ป่วยควรสังเกตอาการเหล่านี้และไม่ควรปล่อยปละละเลยตนเอง แม้ว่าจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ
ทางร่างกายเกิดขึ้น ก็ควรทำการตรวจสอบค่าความดันโลหิตและควบคุมให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ
ในการตรวจสอบค่าความดันโลหิต
มีข้อแนะนำในการเตรียมตัวเมื่อจะทำการวัดความดันโลหิต ดังนี้
- ควรใส่เสื้อตัวหลวม ไม่ควรสวมเสื้อรัดแขน
- ไม่ควรวัดความดันโลหิต ภายใน 2-3 ชม.หลังออกกำลังกายอย่างหนัก
- งดสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ อย่างน้อย
30 นาที ก่อนวัด
- พักเงียบๆ สบายๆ อย่างน้อย 5 นาที ก่อนวัดความดันโลหิต
- หลีกเลี่ยงความเครียด ความรู้สึกตื่นเต้น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ซึ่งจะมีผลต่อค่าความดันโลหิตที่วัดได้
เนื่องจากค่าความดันโลหิตจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย บางคนวัดได้ค่าความดันโลหิตสูงเฉพาะเมื่อมาพบแพทย์
แต่เมื่อวัดที่บ้านได้ค่าปกติ ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า White Coat Hypertension
ซึ่งแสดงว่าผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่มีค่าความดันสูงผิดปกติเนื่องจากความเครียด
ความตื่นเต้นหรือปัจจัยอื่นๆ จะเห็นได้ว่าผลการวัดความดันโลหิตเพียงครั้งเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง
หากจะให้แน่ใจต้องทำการวัดซ้ำอย่างน้อย 2-3 ครั้ง
เอกสารอ้างอิง:
1. Sheldon GS. The sixth report of the Joint National Committee on prevention,
detection,
evaluation, and treatment of high blood pressure. Arch Intern Med 1997Nov;
157:2415-46.
2. Pine JW, editor. Clinical hypertension. 7th ed. Pennsylvania: Williams
& Wilkins,1998:
3. อดุลย์ รัตนมั่นเกษม,แปล. ความดันโลหิตสูง. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ:
รุ่งแสงการพิมพ์, 2538.
|