|
(1) เนื่องจากขนาดของไวรัส SARS (Severe
Acute Respiratory Syndrome) ที่แพร่กระจายจัดเป็นอนุภาคเล็กที่มีขนาด 5
ไมครอน ซึ่งพบในสารคัดหลั่งที่เกิดจากการไอ จาม หรือพูดเสียงดังมาก ผู้ติดเชื้อจะทำให้ไวรัสแพร่กระจายได้ในระยะ
3 ฟุต
(2) การป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส
แนะนำให้ใช้หน้ากาก 3M N95 8210 mask ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคได้ถึง
0.3 ไมครอน ข้อสำคัญคือเวลาใส่หน้ากาก ต้องให้กระชับกับใบหน้าพอดี และทดลองหายใจเข้าออกให้เกิดเป็นจังหวะหายใจตามปกติ
อย่างไรก็ตามอาจใช้ surgical masks (green/blue) ซึ่งราคาถูกกว่าได้เช่นกัน
เนื่องจากหน้ากากชนิดนี้สามารถกรองอนุภาคได้ 5 ไมครอน
(3) อาจพบปัญหาการใช้หน้ากากอนามัยชนิด
N95 type ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืด โรคปอดและทางเดินหายใจ และหญิงตั้งครรภ์
ทั้งนี้เนื่องจากลมหายใจผ่านเข้าออกได้ยากขึ้นเนื่องจากแรงต้านภายใน
(4) การใช้มือจับที่หน้ากาก
อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ เนื่องจากไวรัสเกาะอยู่ที่บริเวณส่วนผิวนอกของหน้ากากแพร่เข้าสู่ทางเดินหายใจได้
(5) ล้างและฟอกมือด้วยน้ำสบู่ก่อนใส่หน้ากากทุกครั้ง
(6) สังเกตด้านนอกและด้านในของหน้ากากให้ชัดเจน
(7) ไม่นำหน้ากากที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำเด็ดขาด
(8) พิจารณาใช้หน้ากากอนามัยเมื่อเห็นสมควร
หรือคิดว่ามีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัส หรือในกรณีที่ไม่แน่ใจ หากแน่ใจว่าไม่มีโอกาสได้รับเชื้อไวรัส
ไม่มีความจำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อแต่อย่างใด
(9) หน้ากากอนามัย N95 ออกแบบมาสำหรับผู้ใหญ่
หากนำมาให้เด็กใช้ ต้องให้การดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ
(10) ไม่แนะนำให้ใช้หน้ากากชนิดกระดาษ เนื่องจากไม่สามารถป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้
|